Displacement Map
สร้างฉากใต้ทะเล โดยใช้ Displacement Map
Chamferbox
ขั้นตอนการสร้าง เตียง ผ้าคลุมเตียง หมอนใบนั้น
Compesite Map
ขั้นตอนการสร้างวัสดุ น้ำ Compesite Map

แนะนำการใช้คำสั่ง Railing สร้างอาคารสูง
สวัสดีครับเพื่อนๆผู้อ่านทุกท่านเรามาเจอกันอีกครั้งนะครับกับการเรียนรู้โปรแกรม Autodesk Viz 4 ในฉบับนี้ผมจะแนะนำขั้นตอนการสร้าง อาคารสูงโดยใช้คำสั่ง Railing คำสั่ง Railing อยู่ใน Create > Geometry > AEC Extended  > Railing

ซึ่งในกลุ่มคำสั่งนี้สามารถนำไปสร้างงานได้ตั้งหลายอย่าง เช่น ราวบันได  ราวระเบียง นั้นเรามาดูขั้นตอนการสร้าง อาคารสูงกันดีกว่าครับ

สร้าง Line ด้าน Top View ตามรูปที่ 1 หลังจากนั้นให้ไปที่คำสั่ง Railing ตามรูปที่ 2ในขั้นตอนต่อไปให้ไปที่ปุ่ม  Pick Railing Path > เลือกที่เส้น Line ตามรูปที่ 3 – 4

หลังจาก Pick ที่เส้นแล้วจะต้องไปแก้ไข Parameters ก่อนจึงจะได้ดังรูปที่ 4 นั้นเรามาทำการปรับค่า Parameters ดังต่อไปนี้นะครับ

ในรูปที่ 5 ให้ปรับค่าที่ Segments = 1  เลือกที่ช่อง Respect Corners

Top Rail = ราวจับด้านบน / ความสูงทั้งหมด

Profile = Square

Depth  = 0.5
Width  = 1.4

Height = 4ในรูปที่ 6 ให้ปรับค่าดังต่อไปนี้

Lower Rail(s) = ราวจับในแนวลูกนอน

Profile = Square

Depth  = 0.9

Width  = 0.2

ในรูปที่ 7 ให้ใส่จำนวนช่องของ Lower Rail SpacingCount = 2 > เปิด Lock ที่ลูกกุญแจทั้ง 2 ดอกใส่ค่าที่ Start Offset = .6 , End Offset = .1 ตามรูปที่ 7

 Post  หมายถึง  เสารับน้ำหนักในแนวลูกตั้ง

ให้ใส่ค่าดังต่อไปนี้ตามรูปที่ 8

Profile  = Round
Depth = 1
Width = 1
หลังจากนั้นให้ใส่ค่าที่ Post Spacing
Count = 15
Start Offset = 0.025

End Offset = 0.025

Fencing หมายถึงลักษณะของเสาย่อย ให้ไปที่ ปุ่ม Picket Spacing >Count= 0 ตามรูปที่ 9

ในรูปที่ 10 ให้ไปเปลี่ยน Type = Sold Fill  หลังจากนั้นให้ Lock Selected ตึกไว้ตามรูปที่ 11หลังจากที่เรา Lock ตึกชั้นแรกไว้แล้วในขั้นตอนต่อไปให้ Copy Line ( เส้นแรกทีเราสร้างขึ้น) ให้สูงขึ้น จากพื้น  4 เมตรตามรูปที่ 12 แล้วทำการเปลี่ยนชื่อเป็น Floor 2

ในขั้นตอนต่อไปเราจะทำการ สร้างตึกเพิ่มขึ้นอีกชั้นให้ปรับค่า Parameters ตามรูปที่ 13 ต่อไปนี้

Top Rail

Profile = Square / Depth = .5 / Width = 1 / Height = 2

Lower Rail

Profile = Square / Depth = .5 / Width = 0.035 > Lower Rail Spacing > Count = 9  ตามรูปที่ 14

หลังจานั้นให้เลือกเป็น Solid Fill ตามรูปที่ 15 เราก็จะได้ตามรูปที่ 16ในขั้นตอนต่อไปให้เลือกเส้น  Line ไว้ทั้งเส้นล่างและบนทำการ Extrude ใส่ความหนาตามรูปที่ 17 –1 8

หลังจากนั้นในขั้นตอนต่อไปให้ปิด Maiterial เลือก Materl  ของประตูหรือหน้าต่างก็ได้ที่มีกระจกให้ใส่ลงบน Object เราก็จะได้ตามรูปที่ 19 – 20ในขั้นตอนต่อไปให้ Copy พื้นชั้น 2 ขึ้นมาตามรูปที่ 20 แล้วเปลี่ยนความสูงตามรูปที่ 20

ในขั้นตอนต่อไปให้สร้าง Circlr > Radius = 5 ตามรูปที่  21 – 22หลังจากนั้นให้ Move Circlr ที่เราสร้างขึ้นมาวางไว้ชั้นบนสุดหลังจากนั้นให้ไปที่ Railing ใส่ค่า Parameters ดังต่อไปนี้ตามรูปที่ 23 – 24 - 25

Top Rail

Profile = Square /  Depth = 0.1 / Width = 1.6 / Height = 3

Lower Rail

Profile = Square / Depth = 0.1 / Width = 0.5 > Lower Rail Spacing > Count = 4

Posts
Profile = Round/  Depth = 0.5 / Width = 0.5 > Post Spacing > Count = 9 ใส่ค่าตามรูปที่ 25

เราก็จะได้ดังรูปที่ 26 หลังจากนั้นให้เปลี่ยนเป็น Solid Fill ตามรูปที่ 27 ในขั้นตอนต่อไปให้สร้าง Circlr > Radius = 4.5 ตามรูปที่ 28 วางไว้ด้านบนสุด

ในขั้นตอนต่อไปให้ไปที่ Railing อีกครั้งใส่ค่า Parameters ตามรูปต่อไปนี้

Top Rail

Profile = Square / Depth = 0.5 / Width = 1 / Height = 12 ตามรูปที่ 29

Lower Rail

Profile = Square / Depth = 0.1 / Width = 1.5 > Lower Rail Spcing > Count = 12  ตามรูปที่ 30

Posts

Profile = Round/ Depth = 0.5 / Width = 0.5 >Post Spacing > Count = 9 หลังจากนั้นให้เปลี่ยนเป็น Solid Fill ที่กลุ่ม Fencing เราก็จะได้ตามรูปที่ 32

หลังจากนั้นเพื่อนๆลองใช้คำสั่ง Railing สร้างราวระเบียงดูนะครับลองทำเพิ่มหลายๆอย่างดูนะครับ เช่น ช่องเดินระหว่างตึก ตามรูปต่อไปนี้

เป็นไงบ้างครับ ในฉบับนี้คงหวังว่าคำสั่ง Railing คงจะช่วยเพื่อนๆได้พอสมควรนะครับเราจะเห็นว่าคำสั่ง Railing เพียงคำสั่งเดียวสามารถทำได้ตั้งหลายอย่างดังนั้นเราต้องนำทรัพยากรของโปรแกรมที่ให้มาเอาออกมาใช้ให้ได้ประโยชน์ให้มากที่สุดนะครับ

<<Back