Displacement Map
สร้างฉากใต้ทะเล โดยใช้ Displacement Map
Chamferbox
ขั้นตอนการสร้าง เตียง ผ้าคลุมเตียง หมอนใบนั้น
Compesite Map
ขั้นตอนการสร้างวัสดุ น้ำ Compesite Map

[Basic of Compositing]
composite... หลายคนยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ถ้าแปลเป็นไทยง่ายๆก็อาจจะใช้คำว่า การซ้อนภาพ หรือการ ประกอบภาพก็ได้ Photoshop เป็นโปรแกรมหนึ่งซึ่งสามารถ composite ภาพนิ่งได้ เช่นอยากตัดรูปตัวเอง เอาไปแปะ กับรูป เพื่อน อะไรทำนองนั้น ลักการของการซ้อนภาพก็คือ เรามีภาพอยู่สองภาพ เป็น ภาพข้างบน (Foreground, FG) และภาพด้านล่าง (Background, BG) ถ้าเราซ้อนภาพโดยเอาภาพบนทับภาพล่าง โดยปกติเราก็จะมอง ไม่เห็นภาพด้านล่าง เหมือนกับเอาภาพถ่ายสองใบมาซ้อนกันนั่นล่ะครับ แต่ถ้าเราตัดภาพแรกซะ ให้เหลือแค่ ส่วนที่เราต้องการ ก็จะเป็นการซ้อน FG ลงไปบน BG แบบง่ายๆ ลองมาดูภาพตัวอย่างกันครับ

นี่คือภาพที่จะใช้เป็น FG หรือภาพบน

ส่วนนี่เป็นภาพที่ใช้เป็น BG หรือภาพล่าง

ส่วนอันนี้ เรียกว่า Alpha Channel

Alpha Channel... คือภาพขาวดำ (Grey Scale) ที่มีส่วนสีดำแทนส่วนที่เราต้องการตัดทิ้ง ส่วนสีขาวแทน ส่วนที่เราต้องการเก็บไว้ ผมจะเรียกว่า A ละกันแทน Alpha Channel เมื่อใช้ Photoshop รวมภาพโดยใช้ A เป็นตัวตัดภาพก็จะได้ออกมาแบบนี้

ไฟล์หลายๆชนิดสามารถเก็บ A รวมกับภาพได้ เช่น .TGA, .TIF, .IFF จึงไม่จำเป็นต้องแยก A ออกมาอีกไฟล์ ซึ่งเป็นการเปลืองพื้นที่จัดเก็บในการทำ Animation เราไม่สามารถใช้ Photoshop ทำได้ จึงจำเป็นต้องใช้ Phogram เฉพาะทางที่สามารถจัดการกับภาพหลายร้อยภาพพร้อมๆกันได้ เช่น combustion, Affter Effect, Shake, Digital Fusion, Comotion... และอีกมากมาย เช่นผมจะยกตัวอย่าง Shake ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ผมใช้บ่อยๆ

ภาพข้างบนนี้เป็น Node View ของ Shake โดยจะให้ภาพสุดท้ายออกมาเหมือนกันภาพด้านบนซึ่งรวมเอา FG และ BG ไว้ด้วยกัน โดยมีOver_Layer เป็นตัวทำหน้าที่รวม สังเกตว่าไม่มีการเชื่อมต่อ A เข้าไปด้วย เนื่อง การภาพ FG มี A บันทึกอยู่ข้างในแล้วทีนี้ถ้าเป็นAnimation ล่ะ สมมติว่าเรา render ภาพ FG เป็น animation หรือเป็น sequence มา 100 เฟรม โดยเก็บเป็นภาพ .tif และ ตั้งชื่อภาพว่า whiteman โปรแกรม 3d เช่น Maya หรือ 3ds max จะต่อท้ายชื่อไฟล์ด้วยตัวเลขลำดับภาพ เช่น whiteman001.tif, whiteman002.tif, whiteman003.tifแบบนี้เป็นต้นหลายคนอาจจะถามว่า ทำไมไม่ render เป็น .AVI หรือ .MOV ไปเลยละ จะได้มีแค่ไฟล์เดียว การทำแบบนั้น มีข้อมากกว่าข้อดีครับ เช่น ถ้าต้องการ render แก้ภาพที่ 25-45 เพื่อเพิ่มบางอย่างเข้าไป ภาพที่เป็น sequence เช่น .tif เราไม่ต้องมานั่ง ก้ไฟล์บางส่วนซึ่งค่อนข้างเสียเวลา อีกอย่างคือถ้าเป็น sequence หรือ แยกไฟล์ ทำให้เราสามารถสั่ง render หลายเครื่องได้ง่าย เช่นเรามีเครื่องในระบบ LAN อยู่ 10 เครื่อง ก็ สามารถแจก frame ให้ไป render ในเครื่องต่างๆได้ง่าย โยไม่ต้องอาศัยโปรแกรมเสริมที่ซับซ้อนมาก ดังนั้น การ render animation ควรจะ render เป็นไฟล์แยกดีกว่า นอกจากต้องการ preview ดู animation ง่ายๆ render เป็น avi ก็จะดูได้ง่ายดี โดยปกติแล้ว โปรแกรมประกอบภาพ หรือcompositing software เช่น Shake จะสามารถรู้ได้ว่า whiteman001.tif, whiteman002.tif, whiteman003.tif ... เป็น sequence ชุด เดียวกัน โดยดูที่ชื่อและตัวเลขจึงไม่ต ้องห่วงครับ ว่าต้อง import ภาพเข้ามาทีละ 100 ภาพ มาถึงตรงนี้คงมีหลายๆคนถามว่า ทำไมไม่ render FG กับ BG รวมกันไปเลยล่ะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลามานั่ง composite กันอีกรอบ มีข้อดีหลายอย่างเลยครับ ในการ render แยกแบบนี้ เช่นเราสามารถ เปลี่ยนสีตัว ละคร ได้โดยไม่ต้อง render ใหม่ เราสามารถใช้ filter ต่างๆกับ BG ได้โดยไม่กระทบ FG เอา FG มาลงบน BG กี่อันก็ได้ หรือแม้แต่ใช้ render คนละตัว render ภาพเดียวกันเช่น render Paint Effect ด้วย Maya และ ส่วนอื่น render ด้วย renderman ทำนองนี้เป็นต้นถ้าไม่คิดว่าจะต้องเอามาแต่งอีกครั้ง ก็ render รวมไปเลยก็ได้

ตัวอย่างอันนี้ผม render แยกออกมา 5 ส่วน

color pass หรือส่วนสีของ FG

highlight pass หรือส่วนสะท้อนแสงของ FG

reflection pass หรือส่วนเงาสะท้อนสิ่งแวดล้อมของ FG

shadow pass หรือเงาของ FG

BG Layer pass หรือส่วนของ Back ground
รวมโดยใช้ Shake ... ใส่ effect และเปลี่ยนสีนิดหน่อย

ก็จะออกมาแบบนี้ครับ

ถึงตรงนี้คงพอเห็นภาพแล้วนะครับ ว่าทำไมต้อง render เป็นชิ้นๆ และ Alpha Channel คืออะไร สงสัย อยาก ให้ขยายความตรงไหนแนะนำมาได้ครับ ยินดีรับฟัง และนำไปปรับปรุง เรื่องที่จะต้องพูดถึงอีกก็คือการ render pass, render layer, การใช้งาน shake ซึ่งจะเขียนถึงในตอน ต่อๆไป ครับ

<<Back